Banner_Aboutus
You are here:Home/เกี่ยวกับเรา/สาส์นผู้บริหาร/สาส์นผู้บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2562 และช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน  ความผันผวนของค่าเงินบาท มาตรการที่เข้มงวดในการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินไทย และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนาในประเทศจีน และในหลายประเทศซึ่งรวมถึงประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทย การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ และการใช้ปูนซีเมนต์ของประเทศ

บริษัทตระหนักดีว่าการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญในโลกแห่งการแข่งขันปัจจุบัน  บริษัทจึงได้ปรับปรุงองค์กรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตลอดเวลา โดยได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แสวงหาการลงทุนที่มีศักยภาพเพื่อการเติบโตที่มั่นคง  และด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงด้วยดี จึงส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท ทีพีไอ โพลีน ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามที่ได้กำหนดไว้

ผลประกอบการประจำปี 2562 ที่สดใส

ในปี 2562 บริษัทและบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจโดยมีรายได้จากการขายจำนวน 37,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.85 จากจำนวน 34,993 ล้านบาท ในปี 2561 ที่ผ่านมา และมีรายได้รวมจำนวน 39,268 ล้านบาท ในปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.24 จากรายได้รวมจำนวน 37,315 ล้านบาท ในปี 2561 โดยมีกำไรจำนวน 2,765 ล้านบาท ในปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 94.05 จากกำไรจำนวน 1,425 ล้านบาท ในปี 2561 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่สดใส

พัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมุ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อรองรับตลาดเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึงการเข้าสู่ระบบการซื้อขายออนไลน์  และวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในร้าน Modern Trade เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น บอร์ดที่มีความเหนียวและน้ำหนักเบากว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ถึง 40%  (Composite Board Light) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงไม้ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น สามารถ ตัด เจาะ หรือ ยิงสกรู ได้โดยไม่กะเทาะ บิ่น หรือ แตก เหมือนไฟเบอร์ซีเมนต์ทั่วๆไป สามารถนำไปใช้ทดแทนวงกบประตู หน้าต่าง ไม้ และงานเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ราคาถูกว่าไม้จริง มีความแข็งแรง คงทนต่อความชื้น ไม่บวมน้ำ ไม่ผุ ไม่ขึ้นรา ปลวกไม่กิน  และที่สำคัญ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม ได้แก่ น้ำยาขจัดคราบคุณภาพสูง น้ำยาล้างจาน สบู่อนามัย สบู่เหลวล้างมือ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและบำบัดกลิ่น  และเครื่องดื่ม Pro Vita ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

จดทะเบียนลดทุนชำระแล้ว โดยการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 บริษัทได้ตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท ตามโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวน 1,009,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 1,009,500,000 บาท ซึ่งส่งผลให้ทุนชำระแล้วของบริษัทลดลงจากเดิม 20,190,000,000 บาท เป็น 19,180,500,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 19,180,500,000 มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

โครงการซื้อหุ้นคืนในปี 2563

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2563 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ของบริษัท จำนวน 383,610,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 2 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ภายในวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 800,000,000 บาท โดยมีกำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืน นับตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2563

จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น

ด้วยผลประกอบการที่ดีขึ้นตามลำดับ และเพื่อเป็นการให้ผลตอบแทนรวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 จึงได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวม 575,415,000 บาท โดยจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 ธันวาคม 2562

อันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB+ แนวโน้มอันดับเครดิต ปรับเพิ่มเป็น “Positive(บวก)จากเดิม คงที่ (Stable)”

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562 บริษัท ทริส เรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB+” โดยได้ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต เป็น “Positive (บวก)” จากระดับเดิม “คงที่ (Stable)” ซึ่งอันดับเครดิตได้สะท้อนถึงสถานะทางการเงินของบริษัทที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ หลังจากโรงไฟฟ้าทุกโรงของบริษัท     ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้อันดับเครดิตยังได้สะท้อนถึงตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศ รวมถึงการมีแหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย และมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าของบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 17,930 ล้านบาท

ในช่วงปี 2562 –มกราคม 2563 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัททีพีไอโพลีนประสบความสำเร็จในการระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นกู้จำนวนรวมทั้งสิ้น 17,930 ล้านบาท (ได้รับการจัดอันดับเครดิต โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “BBB+” (Triple B Plus) มีแนวโน้มอันดับเครดิตที่ระดับ “Positive” หรือ “บวก”) โดยได้นำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนจำนวนรวมทั้งสิ้น 10,750 ล้านบาท  ชำระหนี้ล่วงหน้าเงินกู้สกุลยูโร สำหรับโครงการปูนซีเมนต์สายการผลิตที่ 4 ก่อนกำหนด ทั้งจำนวนเป็นเงิน 107,683,591.41  ยูโร (ประมาณเทียบเท่า 3,700 ล้านบาท) ในเดือนกรกฎาคม 2562 ส่วนที่เหลือจำนวน 3,480 ล้านบาท นำไปใช้ในการลงทุนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโรงปูนซีเมนต์และโรงไฟฟ้า รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ  ทั้งนี้กลุ่มบริษัททีพีไอโพลีนยังคงมีนโยบายรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคง และรับมือกับความผันผวนด้านเศรษฐกิจและการเงินอย่างต่อเนื่อง

างวัลผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จในการดำเนินงานของกลุ่มทีพีไอโพลีน สะท้อนได้จากรางวัลต่างๆ ที่ได้รับในปี 2562 อาทิเช่น โรงปูนซีเมนต์ได้รับมอบรางวัลฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง จากกระทรวงพลังงาน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือด้านการประหยัดพลังงาน และรางวัล CSR-DIW Continuous Award ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นรางวัลมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีต่อสังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นต้น

ความสำเร็จของกลุ่มบริษัททีพีไอโพลีนในวันนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทคนไทยที่สามารถแข่งขันในระดับสากล ในนามของคณะกรรมการบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ใคร่ขอขอบคุณท่าน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ที่ได้ร่วมให้ความสนับสนุน และให้ความไว้วางใจต่อกลุ่มบริษัททีพีไอโพลีน ด้วยดีตลอดมา ทำให้กลุ่มบริษัททีพีไอโพลีนประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเป็นพลังผลักดันสำคัญให้ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งให้แก่องค์กร ชุมชน และประเทศชาติ  รวมถึงการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ประเทศไทย เพื่อความยั่งยืนต่อไป

 

ขอแสดงความนับถือ

 

นายวิสิทธิ์ น้อยพันธุ์
ประธานกรรมการ

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร