ลูกค้าสัมพันธ์ > คำถามที่พบบ่อย
 
 
  • ปูนซีเมนต์
  • พลาสติกแอลดีพีอี
  • ทีพีไอ คอนกรีต

ซีเมนต์ ( sement ) หมายถึงสารที่สามารถยึด หรือ ประสานของแข็งให้ติดเป็นชิ้นเดียวกันการก่อสร้าง
ในสมัยโบราณได้มีการนำเอาหินก้อนโตๆในที่ห่างไกลมา ปรับปรุงให้เป็นรูปของเสาหรือฝาโดยทำให้
เป็นแผ่นมาเรียงซ้อนกันเป็นอาคารที่มั่นคงทำให้ต้องพิจารณาว่าจะต้องเกิดมี มอร์ต้า ( mortar )
ขึ้นเพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อของก้อนหินใหญ่อันเป็นโครงสร้างที่ถาวร ดังเช่นในวัฒนธรรมของชาวอิยิปต์
ได้มีการยึดเกาะก้อนหินด้วยการใช้ปูนขาว ( lime ) และน้ำเข้ามาผสมกันเรียกว่า มอร์ต้า
สร้างอาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการสร้างปิระมิดซึ่งใช้ GYPSUM STONE แล้วคลุมด้วย
GYPSUM MORTAR หยาบอีกครั้งหนึ่ง และในสมัยโรมันก็เช่นกันมีการใช้ปูนซีเมนต์มอร์ต้าเป็นครั้งแรก
เกิดจากการผสมปูนขาวที่เผา ( SLAKED LIME ) ขี้เถ้าจากภูเขาไฟ ( VOLCNIC ASH )
หรือปอซโซลาน่า ( POZZOLANA ) และ POTTER SHARDS จะเกิดเป็นโรมันซีเมนต์ต่อมาได้มี
การวิวัฒนาการในการทำปูนซีเมนต์ดังนี้

ปี พ.ศ.2299 ได้มีการค้นพบ HYDRAULIC CEMENT ( ปูนซีเมนต์ที่สามารถก่อตัวและสามารถแข็งตัว
ในน้ำได้ดีเนื่องจากปฎิกริยาระหว่างน้ำกับส่วนประกอบของปูนซิเมนต์ ) โดย JOHN SMEATION

ปี พ.ศ.2339 JOSEPH PARKER ได้เปลี่ยนสภาพของ ARGILLAEONS LIUMESTONE ที่พบในลอนดอน
เป็นซีเมนต์ที่เรียกว่า โรมันซีเมนต์ ( ROMAN CEMENT ) เหมือนในสมัยโบราณ

ปี พ.ศ.2365 JAMES FROST ได้ค้นคว้าซีเมนต์ที่เรียกว่า BRITISH CEMENT เป็นส่วนผสมของ
LIMESTONEหรือ MARLร่วมกับ SILICON EARTH FORST ได้ตั้งโรงงานทำซีเมนต์เป็นแห่งแรกที่
SWANSCOMBE,ENGLAND ในปี พ.ศ. 2366

ปี พ.ศ.2367 JOSEPH ASPDIN ซึ่งได้รับยกย่องว่า เป็นบิดาของปอร์ตสมัยใหม่โดยวางรูปแบบของ ซีเมนต์ที่เรียกว่า ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์เพราะพบว่า คล้ายกับหินบนเกาะเล็กๆของ PORTLAND ได้จาก การผสมหินปูนและดินเหนียว ( CLAY ) โดยเผาร้อนจนไล่ CARBONIC ACID ให้หนีออกไปจนหมดสิ้น

ปี พ.ศ.2443 ได้จัดตั้ง US.PORTLAND CEMENT ในสหรัฐอเมริกาโดยจ้างคนชาวยุโรปทั้งหมด

ปี พ.ศ.2447 ได้จัดตั้งสมาคมควบคุมคุณภาพของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในสหรัฐอเมริกาขึ้นหรือ
THE AMERICAN SOCIETY FOR TESTING MATERIAL ( ASTM. ) และยังได้มีวิวัฒนาการด้าน
การผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์มาเป็นลำดับ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งถือว่าปูนซีเมนต์ได้ถือกำเนิดมานานถึง 236 ปี ปูนซีเมนต์เป็นวัตถุที่มีบทบาทสำคัญในงานก่อสร้างต่างๆตั้งแต่งานขนาดเล็กในบ้าน การก่อสร้างอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย ใช้ทำกิจกรรมคอนกรีตต่างๆ ฯลฯ เอกสารฉบับนี้จึงได้จัดทำขึ้น
เพื่อเป็นการเผยแพร่ความ รู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านปูนซีเมนต์ไปใช้งานอย่างถูกต้อง ลักษณะงานคอนกรีต รวมทั้งปัญหาการใช้งานพร้อม ทั้งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

กรรมวิธีการผลิตปูนซีเมนต์และประเภทของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ ได้แก่ หินปูนหรือดินปูนขาว และหินเชล นอกจากนี้ยังมีแร่เหล็ก เป็นตัวปรับแต่งส่วนผสม

วิธีผลิตปูนซีเมนต์ปัจจุบันมี 3 วิธีคือ

  • แบบเผาเปียก เหมาะสำหรับวัตถุดิบที่มีความชื้นสูงเช่น ดินขาวนำมาผสมกับน้ำให้เป็น เนื้อเดียวกันนำไปเผา ขณะเปียกวิธีนี้จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากไม่นิยมใช้
  • แบบกึ่งแห้งกึ่งเปียก เหมาะสมกับวัตถุที่มีความชื้นปานกลางโดยนำวัตถุดิบมาบดผสมรวมกันแล้วนำมาปั้น เป็นเม็ดด้วยน้ำก่อนนำไปเผาวิธีนี้ไม่นิยมใช้
  • แบบเผาแห้ง เหมาะสมกับวัตถุที่มีความชื้นต่ำ เช่น แร่เหล็ก หินปูน หินเชล นำมาบดรวมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสมแล้วนำไปเผาเป็นวิธีที่ทันสมัยที่สุด
    ปัจจุบัน บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด ( มหาชน ) ได้ใช้วิธีนี้ในการผลิตปูนซีเมนต์โดยมีขั้นตอนในการผลิตดังนี้

วัตถุดิบหินปูนที่ระเบิดจากภูเขานำมาย่อขนาดให้เล็กลง กองเก็บไว้ส่วน หินเชล และแร่เหล็กจะถูกย่อยกองเก็บไว้เช่นกันวัตถุดิบแต่ละชนิดจะถูกตักเข้าสู่ยุ้งเก็บวัตถุดิบ
และถูกส่งเข้าหม้อบดที่เป็นแบบ Vertical Mill โดยใช้อัตราส่วนของวัตถุดิบแต่ละชนิดตามที่คำนวณ
และใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมในการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนผสม วัตถุดิบที่ละเอียดจะถูกเก็บไว้ในไซโล
ส่วนที่หยาบจะถูกส่งกลับไปยังหม้อบดอีกครั้ง เมื่อวัตถุดิบละเอียดเต็มโซโล
จะเริ่มใช้ลมเป่า เพื่อให้ส่วนผสมสม่ำเสมอเข้ากันวัตถุดิบที่ผสมแล้วจะถูกส่งไปที่หออบความร้อน
( Preheater ) เพื่อไล่ความร้อนในวัตถุดิบนั้นออก หลังจากนั้นวัตถุดิบจะส่งเข้าสู่หม้อเผา ( Kiln )
ปัจจุบันเป็นเตาเผาแบบหมุน ( Ratary Kiln ) วัตถุดิบจะเริ่มหลอมละลายตามอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนกระทั่ง
1450 องศาเซลเซียส จะรวมตัวกันเป็นเม็ด( Clinker ) ปูนเม็ดจะถูกทำให้เย็นตัวลงอย่าง
รวดเร็วโดยใช้ลมเย็นเป่าปูนเม็ด ที่เย็นตัวอย่างรวดเร็วมีผลด้านกำลังอัดดีขึ้น
และบดได้ง่าย ลมร้อนที่ได้จากการถ่ายเทความร้อนของปูนเม็ดจะถูกนำไปอุ่นวัตถุดิบที่ Preheater ต่อไปปูนเม็ดที่เย็นตัวลงแล้วจะถูกนำ ไปเก็บไว้ในโซโลปูนเม็ด และถูกนำไปบดในหม้อบด
( Cement mill ) โดยเติมยิปซั่มลงไปประมาณ 4-5 % เพื่อช่วยให้ปูนแข็งตัวช้าลง ปูนซีเมนต์ที่ผ่านการบดจะถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในไซโลปูนผงมีผนังปิดมิดชิดป้องกันความชื้นเตรียมส่ง
จำหน่าย การจำหน่ายปูนมีอยู่ 2 แบบคือจำหน่ายเป็นถุง ถุงละ 50 กก. และจำหน่ายเป็นปูนซีเมนต์ผง

เม็ดพลาสติกทุกชนิดต่างมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปแต่ละชนิดโครงสร้างที่อาจจะดูคล้ายกัน
เมื่อนำไปส่องด้วยกล้องขยาย อาจมีคุณสมบัติ ที่แตกต่างกันอ่างสิ้นเชิง โครงสร้างที่ดูเหมือนต่างกัน
อาจจะมีคุณสมบัติการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน เม็ดพลาสติกแอลดีพีอี นี้ก็ จัดอยู่ ในสัจจะธรรมนี้เช่นกัน
มีเม็ดพลาสติกหลายชนิดที่ดูคล้ายกับแอลดีพีอีแต่ใช้งานต่างกันอย่างมาก เช่น แอลแอลดีพีอี เป็นต้นดังนั้นการที่พลาสติกแต่ล่ะชนิดเมื่อเข้าตลาดแล้วก็จะสร้างอาณาจักรการใช่งานเฉพาะตัวขึ้นใน
พื้นที่หนึ่งที่พลาสติกชนิดอื่นไท่สามารถเข้ามาได้ และมีอีกบางพื้นที่ที่สามารถยินยอมให้พลาสติกตัว
อื่นเข้ามาใช้งานร่วมกัน หรือ ทดแทนกันได้ในบางโอกาศ

คุณสมบัติเฉพาะตัวของพลาสติก แอลดีพีอี

พลาสติก แอลดีพีอี ( Low Density Polyethylene) หรือ โพลีเอทธีลีนชนิดความหนาแน่ต่ำที่ได้
จากการรวมตัวของเอทธีลีนภายใต้ความดันสูง จัดเป็นเทอร์โมพลาสติก ประเภทกึ่งความเป็นผลึก
สูงถึงร้อยละ 60-70 โครงสร้างส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นอสัณฐานที่มีการจัดเรียงตัวของโมเลกุลกัน
อย่างไม่เป็นระเบียบ มีบางส่วนเท่านั้นที่มีการจัดเรียงเป็นระเบียบปะปนกันมาทำให้พลาสติกแอลดีพีอี
มีความอ่อนนุ่ม มีการยืดหยุ่นตัวเองได้สูงและสามารถอยู่ภายใต้อุณหภูมิที่เย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
แต่จะไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงกว่า 90 องศาเซลเซียสเม็ดพลาสติกแอลดีพีอี มีสภาพการผ่อน
ของแสงค่อนข้างดี มีความเหนียวของเนื้อพลาสติกปานกลางและสามารถหลอมละลายเนื้อพลาสติก
เข้าด้วยกันไดง่าย อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษทนต่อแสงแดดได้ดีกว่าพลาสติกอีกหลายประเภท

การใช้งานของพลาสติก แอลดีพีอี

จากคุณสมบัติของเม็ดพลาสติก แอลดีพีอี ที่ได้กว่ามานั้น ทำให้พลาสติกแอลดีพีอีถูกนำไปใช้ผลิต
เป็นถุงบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเพื่อบรรจุสินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าทางเกาตรอย่างกว้างขวาง
การใช้งานของถุงบรรจุภัณฑ์จะขยายตัวขึ้นลงตามผู้บริโภคในสิ้นค้าทั้ง 2 กลุ่มรวมทั้งความสามารถ
ในการส่งออก (EXPRORT) ของทั้ง 2 กลุ่มด้วย

  • ถุงอุตสาหกรรม พลาสติกแอลดีพีอีถูกผลิตเป็นถุงชนิดต่าง ๆ ตั้งแต่บรรจุเล็กๆ เช่นถุงใสยาทั้งชนิด ที่ทำเป็นซิปล็อก และ เป็นถุงสี่เหลี่ยมธรรมดา ถุงใสน้ำแข็งหรือ ของเย็น หรือของแช่เย็นจำพวก อาหารสด อาหารคาว เช่น ปลาสด เนื้อสด ผัก และผลไม้ เป็นต้น ถุงใสเครื่องใช่ไฟฟ้าขนาดเล็ก ๆ ไปจนถึงเรือนใหญ่ ๆ เช่นตู้เย็นเป็นต้น ความหนาของถุงมีการผลิตให้ หนา/บาง ตามความต้องการใช้ หรือวัตถุประสงค์ของการใช้ แม้จะเป็นถุงใบขนาดกว้างหลายเมตร ก็ยังสามารถทำเป็นถุงได้ง่ายเพราะ การเชื่อมประกบของพลาสติกแอลดีพีอีทำได้ง่ายนั่นเองนอกจากถุงบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตอย่างง่าย ๆ เพราะการแปรรูปของพลาสติกแอลดีพีอีทำได้ง่ายแล้ว พลาสติกแอลดีพีอี ยังถูกนำไปใช้งานอื่นทั้งที่เป็นบรรจุภัณฑ์ และไม่ใช่บรรจุภัณฑ์ ดังนี้
  • แผ่นฟล์มและชีท ในงานอุตสาหกรรมยังต้องการหีบห่อประเภทที่เป็นแผ่น เพื่อมาใช้ห่อหุ้มแทนที่ จะเป็นลักษณะถุง ซึ่งพลาสติกแอลดีพีอีมีการผลิตออกมาเป็นแผ่น ๆ มากหลายขนาดและมีความหนาบางต่างให้เลือกใช้งานตามความต้องการมีทั้งเป็นแผ่นบางยาว และที่เก็บเป็นม้วนซึ่งทำให้ง่ายต่อการขนส่ง
  • แผ่นฟล์มและชีทแอลดีพีอีนอกจากใช้ในงานอุตสาหกรรมแล้วยังสามารถยังไปใช้ในงานเกษตร เพื่อเพิ่มปริมาณ และคุณภาพผลผลิตรวมถึงการปลูกพืชให้ได้ผลนอกฤดูการโดยการนำเอาแผ่น แอลดีพีอี มาทำเป็นเรือนเพาะปลูกซึ่งยังจะช่วยไม่ให้ฝนชะใบและรากรวมทั้งยังสามารถควบคุม
    ปริมาณน้ำหรือปุ๋ย ที่ให้แก่ต้นไม้โดยการคลุมหน้าดินด้วยแผ่นฟล์มแอลดีพีอี ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยี ทางการเกษตรที่ ได้ผลดีทีเดียว
  • แผ่นฟล์มและชีทแอลดีพีอี ยังนิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างสมัยใหม่ เช่นงานปูพื้นเทคอนกรีต เพื่อรักษาอัตราส่วนผสมของน้ำในคอนกรีตให้คงที่นอกจากนี้ยังปูคลุมทับหน้าคอนกรีตเพื่อกัก
    เก็บความชื้น หรือป้องกันน้ำฝนในช่วงที่มีฝนตกในการก่อสร้างบ้านที่ติดกับพื้นดิน หากปูแผ่นฟล์มและชีทแอลดีพีอีที่มีความหนา และไม่มีรูพรุน จะช่วยป้องกันผ่านของความชื้อจากชันดินมายังตัวอาคารได้ดีจึงช่วยป้องกันแมลงและราที่มัก
    จะมาพร้อมกับความชื้น
  • การก่อสร้างทำบ่อเก็บน้ำแบบประหยัดและรวดเร็วด้วยการปูดาดพื้นบ่อด้วยแผ่นฟล์มแอลดีพีอี แทนคอนกรีต ที่ใช้เงินทุนสูงและมีขั้นตอนมากมายเช่นต้องฝังเสาเข็ม ผูกเหล็ก เทคานฯ
    ซึ่งต้องให้เวลายาวนาน
  • การใช้งานแผ่นฟล์มที่ยุ่งยากมากที่สุดเป็นการใช้ในงานผลิตฟล์มพลาสติกหลายชั้นที่มี
    การเชื่อมวัสดุ หลักเป็นฟล์มเดียวหรือเป็นแผ่นเดียว ซึ่แอลดีพีอีจะถูกใช้ใน 2 หน้าที่คือ
    เป็นตัวประสานระหว่างวัสดุ 2 ชนิด หรือเป็นตัวเคลือบบนหรือเคลือบล่างเพื่อเป็นเป็น
    ตัวกาวของถุงบรรจุ โดยเฉพาะซองขนมหรืออาหารแห้ง รวมทั้งฟอล์ยหุ้มยาเม็ด จะใช้แอลดีพีอี เข้าไปเคลือบประสานภายหลังได้มีดารพิมพ์บนวัสดุหลักมาแล้วเช่นซองขนมเวเฟอร์์ ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น
  • งานเคลือบ โดยงานเคลือบผิวแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ งานเคลือบผิวบนวัสดุที่เป็นผืน
    เช่นงานเคลือบผลิตภัณฑ์ซองชนิดต่าง ๆ เช่น ซองยา ซองขนม ซองอาหารแห้ง
    โดยใช้เคลือบวัสดุหลักบางชนิด เช่น ฟล์มโพลีเอสเตอร์ กระดาษอลูมิเนียมฟลอ์ยเป็นต้น
    งานเคลือบผิวบนวัสดุที่เป็นผืนอีกประเภทหนึ่งเป็นงานเคลือบที่ต้องการเป้นผืนใหญ่ เช่น การเคลือบบน ผ้าใบหรือผ้าสานที่ผลิตจากพลาสติกเอชดีพีอี หรือ พีพี เป็นต้น
  • งานเคลือบผิวอีกประเภทหนึ่งเป็นงานเคลือบบนลวดโลหะ เช่น เพื่อนำไปประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้
    เช่น ตะแกรงลวดในตู้เย็น ตะแกรงถาดวางจานชามในห้องครัวตะแกรงชั้นวางของใช้ บนโต๊ะทำงาน เป็นต้น รวมทั้งงานเคลือบเป็นฉนวน เช่น สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ เป็นต้น
  • งานบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดหรือต้องการความสะอาดมาก ๆ เช่นขวดบรรจุน้ำเกลือ
    หรือกลูโคส ขวดยาหยอดตา กล่องใสอาหาร ฝากล่องประเภทเก็บกลิ่น หรือป้องกันการรั่วซึม เป็นต้น
  • งานของใช้ประเภทประดิษฐ์ เช่นดอกไม้เทียม เป็นต้น
  • งานท่อ เช่น ท่อน้ำประปา ท่อน้ำเพื่อการชลประทานขนาดเล็ก หรือ ท่อน้ำเพื่อการเกษตร เป็นต้น

ความได้เปรียบของพลาสติกแอลดีพีอี คือ ความอ่อนนิ่ม การแปรรูปง่าย และการทนต่ออุณหภูมิที่
ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง และที่ยังสามารถทนต่อแสงแดดได้ดีกว่าพลาสติกอีกหลายประเภททำให้
พลาสติกแอลดีพีอีถูกนำไปใช้ในงาน บรรจุภัณฑ์ขนาดและแบบต่าง ๆ มากมายถึงแม้วัสดุแอลดีพีอีจะไม่ได้เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถซึมผ่านต่อก๊าซได้ดีที่สุด แต่เนื่องจากความพอดีของราคา และ ที่สำคัญคือกระบวนการผลิตแอลดีพีอีไม่มีการเติมสารปรุ่งแต่ง เป็นสารโลหะหนักเข้าไป เพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดเป็นโพลิเมอร์ ซึ่งจะอาศัยออกซิเจนที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเท่านั้น ดั้งนั้นจึงถือได้ว่าพลาสติกแอลดีพีอี เป็นพลาสติกที่มีความเป็นเพื่อนต่อผู้บริโภค สูงกว่า การผลิตพลาสติกชนิดอื่นที่มีอยู่ทั่วไปในตลาด จำทำให้พลาสติกแอลดีพีอีสามารถยืนยัดอยู่คู่กับสังคม และ อุตสาหกรรม มาเป็นเวลายาวนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ ข้อกำหนดสิทธิและเงื่อนไข